บันทึกมือซ้าย

posted on 21 Sep 2009 23:31 by papala

 

ใครที่ผ่านเข้ามาในบล็อกของฉันใน Entry นี้คุณไม่ต้องเสียเวลาอ่านก็ได้ค่ะ เพราะมันยาวมากมันอาจทำให้คุณเสียเวลา มันเป็นเพียงแค่สิ่งที่ฉันอยากจะพล่ามมันเท่านั้น และอยากจะขอบอกว่าฉันใช้เวลาเขียน entry นานมากเพราะฉันพิมพ์ด้วยมือซ้ายเพียงมือเดียว จิ้มเอาที่ละตัว มันจึงเป็นที่มาของชื่อ entry นี้ไงคะ   "บันทึกมือซ้าย" แต่ก่อนออกไปลองมาฟังเพลงที่ฉันนำมาแปะไว้ดูก่อนก็ได้อยู่ด้านล่างสุดเลย เพลงที่ใครๆก็เคยฟังมาแล้ว แต่ว่าวันนี้เพลงนี้มันทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากจะร้องให้ แต่ร้องไม่ออกกลับร้องให้ออกมาไ้ด้  ขอพล่ามเลยแล้วกัน....

 

เฮ้ย...สิ่งที่ฉันพึ่งประสบมาครั้งนี้ทำใจได้อยากเหลือเกินค่ะ   เสียดายโอกาสเสียดายเวลา  ฉันเคยทำให้ทุกคนผิดหวังในตัวฉันมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่ฉันลาออกจากงานอย่างไม่มีเหตุผล เพียงเพราะว่าฉันไม่อยากทำในสิ่งที่ฝืนความรู้สึกของตัวเอง ตอนนั้นฉันคิดได้เองว่าฉันเก่ง ที่กล้าทำในสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกร้อง แต่ความเก่งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจไม่ได้นานเท่าไรหรอกเมื่อฉันได้เริ่มเรียนรู้ และมองเห็นอะไรได้ชัดเจนขึ้น มันทำให้ฉันได้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่กับตัวเองเพียงอย่างเดียว การมีชีวิตอยู่บางครั้งเราต้องอยู่เพื่อคนอื่นบ้าง

ฉันจะรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อเห็นคนอื่นพยามทำสิ่งดีๆเพื่อตัวฉัน  แต่เวลาที่ฉันทำอะไรฉันไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลย นอกจากความต้องการของหัวใจตัวเอง มันดูเหมือนว่าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว ฉันไม่กล้าพอที่จะเอยคำขอโทษกับสิ่งที่ฉันได้ทำ แต่ฉันพยามทำทุกอย่างเพื่อเป็นการแก้ตัว พยามทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนรู้สึกดีและภูมิใจในตัวฉันบ้าง แต่ฉันทำไม่สำเร็จ    มาถึงตอนนี้มันทำให้ฉันคิดว่าตัวเองโง่มาก (เอ๊ย! ไม่ใช่สิค่ะมันต้องไม่โง่เพราะฉันไม่เคยคิว่าตัวเองโง่ เอาเป็นว่าฉันเห็นแก่ตัวมาก) ที่ครั้งนั้นได้ตัดสินใจทำอย่างนั้นลงไปโดยไม่ได้ปรึกษากับความรู้สึกของคนอื่นเลย   แต่ นั้นก็เพราะว่า ฉันไม่ทราบเลยว่าทุกคนให้ความหวังในตัวฉันมากแค่ไหน จนมาถึงคราวที่ฉันได้ตัดสินใจลาออกจากงานที่ตัวเองทำอยู่นี้แหละ ฉันทำให้ทุกคนรอบข้างผิดหวัง กลายมาเป็นบัณฑิตตกงาน ฉันทราบดีว่าความหวังของพ่อแม่ทุกคนหวังให้ลูกเรียนจบสวมชุดครุย เดินเรียงแถวขึ้นรับปริญญาบัตรจากผู้มีคุณวุฒิ แล้วยืนถ่ายรูปเพื่อฉลองความสำเร็จกับครอบครัว แล้วต่อจากนั้นเดินถือบัตรประกาศความรู้ของตัวเองที่พึ่งได้รับมายื่นเสนอ ให้สถานประกอบการที่ไหนก็ได้สักแห่งเพื่อให้เขารับฉันเข้าทำงาน

และนั้นก็เป็นความสำเร็จของการเป็นบัณฑิตในสายตาของผู้เป็นพ่อ-แม่ และสังคมรอบข้าง แต่มันไม่ใช้สำหรับสำหรับฉัน  ฉันไม่เคยได้แคร์มันเลย  ฉันสอบวิชาสุดท้ายเสร็จฉันก็เที่ยวกับเพื่อนจนหนำใจแล้วแพ็คกระเป๋ากลับบ้านเกิด  แล้วหลังจากนั้นหลาย...เดือนฉันก็ใส่กางเกงยืนเสื้อยืดเดินกลับมามหาลัย ไปยังสำนักทะเบียนเพื่อไปรับปริญญาบัตรของตัวเองจากเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน  สำหรับฉันแล้วความสำเร็จของการศึกษา การเป็นบัณฑิตไม่ได้อยู่ที่การได้ใส่ชุดครุยยืนถ่ายรูป  ไม่ใช้การได้เป็นลูกจ้างในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่มันอยู่ในการที่เรารู้จักเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าทำแล้วมีความสุข แต่ทุกคนไม่ได้มองแบบนั้น 

แต่ก่อนที่ฉันจะเรียนจบฉันได้ตั้งหมายไว้ว่าเมื่อฉันเรียนจบฉันจะต้องสมัครงานให้ได้ 3 หน่วยงานเพื่อเป็นการประกาศความสำเร็จทางการศึกษาของตัวเอง เพื่อบอกให้ทุกคนและตัวเองรับทราบว่าเขายอมรับในความสามารถของตัวฉันแล้ว(มันอาจเป็นความคิดที่ไม่เข้าเรื่องเท่าไรสำหรับการทำแบบนี้ แต่ก็เพราะสังคมรอบข้างฉันชอบมองว่า....เมื่อคุณเรียนจบแล้วต้องมีงานทำ เอ่อ...ประมาณว่าจะต้องสมัครงานให้ได้ ฉันเลยต้องตามน้ำ ตามกระแสสังคมเพื่อรักษาหน้าของพ่อ - แม่ จะได้ไม่มีใครมาว่าได้ว่าลูกจบแล้วไม่มีงานทำ  แต่ท่านไม่ได้ต้องการแบบนั้น)   ฉันเข้าทำงานในสถานที่หนึ่งๆไม่เกิน 4 เดือนเมื่อฉันผ่านการการทดลองงานแล้วฉันขอลาออกทันที่เพื่อหาที่สมัครใหม่ ที่สุดท้ายฉันทำได้นานที่สุด 6  เดือนเพราะฉันคิดว่าฉันเหมาะกับงานแบบนั้น แต่พอทำไปได้เห็นอะไรหลายอย่างทำให้ฉันเริ่มเบื่อและไม่ต้องการมันอีกฉันจึงตัดสินใจลาออก  วันนั้นฉันเดินกลับมาบ้านด้วยความสามสบายใจและโล่งมากๆ  ฉันกลับมาถึงบ้านบอกให้ทุกคนรับทราบ ทุกคนไม่ได้บอกไม่ได้ว่าอะไรฉันเลย แต่เมื่อเวลามันผ่านไปทำให้ฉันสัมผัสและรับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาผิดหวังในตัวฉันมากแค่ไหน     มาวันนี้ฉันได้พยายามแก้ตัวทำให้พวกเขาสมหวังในตัวฉันอีกครั้ง แต่ฉันกลับทำมันไม่สำเร็จ

มันเหนื่อยนะคะเหนื่อยมากๆเลย มันกดดันมากด้วยกับการทำอะไรเพื่อคนอื่นมันเหนื่อยจริง มันเหนื่อยทั้งกายและใจ ยิ่งเมื่อต้องหันกลับไปมองหน้าคนที่กำลังเฝ้ามองแล้วบอกเขาไปว่าฉันทำไม่ได้ แม้แต่เขาจะบอกว่าไม่เป็นไร มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลยนอกจากเป็นการซ้ำเติมให้ฉันรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก

 

ฉันได้พยามทำทุกอย่าเพื่อให้ทุกคนสมหวังแต่ฉันทำไม่สำเร็ว เพราะดูเหมือนเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้างฉันซะแล้ว หลังจากที่ฉันเพียรพยายามตระเวนยื่นใบสมัครงานกับหน่วยงาน เจ็ด แปดแห่ง รวมทั้งสอบมันทุกแห่งที่เขาเปิดรับสมัครของหน่วยงานราชการแต่ฉันก็ทำไม่ได้ แต่เมื่อไม่นานมานี้มีบริษัทหนึ่งเรียกตัวฉันไปสัมภาษณ์ หลังจากที่ฉันไปยื่นใบสมัครทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือนก็มีโทรศัพท์เข้ามาเรียกตัวให้ฉันเข้าไปสัมภาษณ์ แล้วผลมันก็ออกมาตามที่คาดก็คือ แล้วจะติดต่อกลับ หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 อาทิตย์ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีกครั้งเรียกตัวให้ฉันไปสัมภาษณ์รอบสองคนที่โทรมาย้ำว่าต้องมาให้ได้นะ  ตอนนั้นฉันมั่นใจเลยว่าฉันต้องทำได้   แต่น่าเสียดายค่ะที่เกิดเหตุให้ฉันไม่สามารถไปได้ ฉันประสบอุบัติเหตุขับรถชนหมาจนแขนหัก กะโหลกร้าว ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นอาทิตย์เลย

เครียดเลยค่ะ เสียดายโอกาส เสียดายเวลา โอกาสลอยอยู่ตรงหน้าแต่คว้าไว้ไม่ได้ พึ่งรู้จักกับความผิดหวังจริงๆก็ครั้งนี้แหละคะ  (ติด F ตอนเรียน ปวส.ยังไม่เครียดขนาดนี้เลย)

เฮย... เคยก่อประสาททรายไหมคะ ที่เวลาเราก่อกำลังจะเสร็จอยู่แล้วอยู่ดีๆก็เกิดน้ำทะเลซัดสาดเข้ามาที่ เดียวทุกอย่างที่สร้างมามันก็พังลงต่อหน้าโดยที่เราไม่สามารถป้องกันได้เลย  หรือไม่คุณลองนึกถึงตอนที่คุณกำลังพยามหัดทำเค้กให้ใครก็ได้สักคนที่คุณรักที่สุดนะ(ว่ามันอยากขนาดไหนกว่าจะได้เค้กออกมาสักก้อนหนึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยทำเค้กมาก่อนเลย) ตอนเอามันออกมาจากเตาอบใหม่ๆมันก็ใช้ได้แล้วใช้ไหม ทานได้แล้ว แต่มันยังไม่สวยไม่มีสีสัน คุณเลยอยากจะตกแต่งหน้าเค้กให้มันดูน่าทานยิงขึ้น  แต่พอคุณกำลังจะทำมันสำเร็จเพียงแค่ว่างเชอร์สีแดงๆ...อีกสักลูกก็ เสร็จแล้ว แต่ดัน..มีสุขนักตัวโปรดของคุณวิ่งมาชนขาโต๊ะจนสั่นสะเทือนทำให้เค้กของคุณ ตกลงบนพื้นเละไม่มีเหลือชิ้นดีต่อหน้าต่อตา  คุณจะรู้สึกอย่างไร........  นั้นแหละค่ะความรู้สึกแรกของฉันเวลาที่รู้ตัวว่าฉันขับรถชนต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน  ไหนจะเรื่องรถที่ฉันทำให้มันพังอีก   ไหนจะต้องทำให้ทุกคนรอบข้างยุ่งอยากอีก  ไหนจะเรื่องงานที่ฉันจะต้องไปสัมภาษณ์ อันนี้สำคัญมาเพราะฉันกะว่าจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์ทุกคน   แต่เรื่องเซอร์ไพรส์ของฉันกลับออกมาเป็นแบบนี้

วันที่ฉันออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน  ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนฉันยังเห็นแฟ้มเอกสารของตัวเองที่เตรียมไว้เพื่อจะไปสัมภาษณ์งานในวันรุ่งขึ้นยังวางอยู่บนเตียงที่เดิม  เห็น แล้วเสียดายโอกาสของตัวเองคะ พึ่งรู้ก็คราวนี้แหละว่าความรู้สึกของคนที่ผิดหวังมันเป็นอย่างไร ก่อนหน้านั้นฉันไม่เคยได้สัมผัสมันจริงๆหรอกเพราะฉันไม่เคยต้องให้ความหวัง กับอะไรมากมายขนาดนี้ ถ้าจะถามความรู้สึกจริงหรือค่ะ.... รู้สึกว่าในอกตัวเองมันคับแน่นไปหมดเลยคะ อยากจะระบายอยากจะร้องให้ แต่เพราะอะไรไม่รู้น้ำตามันจึงไม่ยอมไหลมันร้องไม่ออก พยามแล้วนะคะพยามจะบีบน้ำตาให้มันไหลออกมาเผื่อว่าอย่างน้อยมันจะทำให้ รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่น้ำตามันไม่ยอมไหล มันเบื่อมันเซ็งจนไม่อยากจะหยิบหรือว่าลงมือทำอะไรเลย  รู้สึกเลยว่าช่วงนั้นตัวเองเงียบเก็บตัวจนคนรอบข้างเริ่มทัก ทั้งๆที่ฉันก็พยามทำตัวเองให้สนุกร่าเริงเหมือนเดิมนะแต่มันฝืนไม่ได้ ฉันพยามเข้าไปในโลกของอินเตอร์เน็ต เข้าไปอ่านบล็อกของแต่ละคนทำทุกอย่างให้เป็นปกติ แต่มันก็ยังช่วยไม่ได้

จนประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 14 กันยายน มีน้องคนหนึ่งเขาส่งลิ้งค์ให้ฉันเข้าไปดู MV เพลงหัวใจของ บิ๊กแอส แค่ฟังเนื้อเพลงท่อนแรกก็รู้สึกขนลุกแล้วค่ะมันจี้ตรงกับความรู้สึกของฉันตอนนั้นเลย ยิ่งพอได้ดู MV นี้ถึงตอนที่น้องผู้หญิงที่ตาบอดเริ่มร้องเพลงต่อในท่อน.....อย่างน้อยก็เหลือหัวใจ ที่มันยังคงเต้นอยู่... ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆถึงร้องให้ออกมาได้ น้ำตามันก็ไหลออกมาได้โดยที่ไม่ต้องไปเที่ยวสั่งมันเลย  หลังจากที่ฉันได้ร้องให้มันออกมามันเหมือนกับฉันได้ปลดปล่อยได้ระบายมันออกมา มันทำให้ฉันรู้สึกสบายตัว สบายใจขึ้นมาทันที มันเหมือนกับได้หลุดพ้นออกไปจากจากห่วงของความทุกข์ ความกังวลทั้งหลาย ทำให้ฉันได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เป็นางสาวฃวดคนเดิมที่ไม่เคยต้องไปยึดติดกับอะไรให้ทุกข์ใจอีก และตั้งแต่วันนั้นฉันก็เริ่มพยามยามที่จะเขียน entry นี้ขึ้นมาจนเสร็จ

และตอนนี้ฉันก็เริ่มวางแผนใหม่แล้วค่ะ ฉันจะกลับไปช่วยทำงานกับน้าที่โรงเรียนอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็เพื่อทำให้คนที่ฉันรักสบายใจ และที่สำคัญการทำงานที่นั้นมันทำให้ฉันมีเวลาเหลือมากพอที่จะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ  (แต่ถึงอย่างไรฉันก็ยากหางานทำเองมากกว่า เพราะมันรู้สึกว่ามันมีค่ามากกว่า  แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะทำเพื่อคนอื่นซะบ้าง  อย่างน้อยฉันก็ยังไม่ได้ละทิ้งความฝันของตัว ฉันยังเจียดเวลาทำมันได้อยู่)

 

 entryนี้มีเพลงมาให้ฟังด้วยคะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

สู้ ๆ นะคะ
がんばれ!!



อะไรที่คิดว่าดี ก็ทำเถอะค่ะ
แต่คิดให้ดีดีก่อนนะคะ

ตามใจตัวเองบ้าง
ตามใจคนอื่นบ้าง
ชีวิตมีรสชาติ อิอิ



ฝันดีมาก ๆ ค่ะ พี่ฃวด

#19 By ป่ า น ,, on 2009-10-12 01:46

หายป่วยแล้วเพราะกำลังใจของคุณขวดค่ะ!

#18 By Praab on 2009-10-07 11:16

หายไวๆ แล้วก็ไปหางานที่พอใจทำให้ได้
แต่ถ้าคิดว่ามันไม่เหมาะกับเราล่ะก็ ให้หยุดคิดแล้วลองอดทนทำงานต่อไปดู เราอาจจะทำงานนั้นได้ดี และนานกว่าที่คิดก็ได้ครับ

จากคนที่เคยลาออกจากงานแบบติสต์แตก

#17 By pakazite on 2009-10-05 21:41

เราไม่สามารถทำตามใจทุกคนได้หรอกค่ะ ^____^

ถ้ามัวแต่วิ่งตามทำความต้องการของคนอื่น

มีแต่เราที่จะเหนื่อยมากๆ

ทำเท่าไรก็ไม่หมดสักที

เดี๋ยวคนนั้นต้องการอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วไหนคนอื่นอีก

ทำได้เท่าที่ จะทำได้ก็พอแล้วค่ะ

ตามใจตัวเองบ้าง ตามใจคนอื่นบ้าง

ตามความเหมาะสมล่ะค่ะ ^_____^

สู้ๆนะคะ

ถ้าคาดหวังอะไรไว้แล้ว

ให้ทำใจยอมรับกับความผิดหวังไว้ได้เลยค่ะ

เวลาผิดหวังจะได้ไม่เสียใจมาก

ไม่ใช่ว่ามองโลกในแง่ร้ายนะคะ

แต่ว่าทำใจยอมรับในความเป็นจริงที่อาจจะเกิดขึ้น

--------------------

หัวใจยังเต้นอยู่ ก็ต้องสู้ต่อไปค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ ^0^/

#16 By mini-teddy on 2009-10-05 18:36

มางานสัปดาห์หนังสือไหมคะ ถ้ามาแวะมาเยี่ยมกันได้น้าาา เราว่าจะแอบไปดูลาดเลาสักวันเหมือนกานนน

#15 By Praab on 2009-10-03 15:48

หายดีรึยังค่ะ วันเศร้าๆผ่านไปแล้ว วันที่ดีกลับมาแล้วนะคะ!

#14 By Praab on 2009-09-29 09:20

มีหลายอย่างในโลกนี้ ที่ไม่เป็นไปอย่างใจเราคิด...

ุสุดท้ายขอแค่ยอมรับและเข้าใจในความจริงที่เกิดขึ้น..

แล้วสู้ต่อไปตามจริง มิใช่ตามใจ..
big smile big smile big smile

#13 By kriangkrai on 2009-09-27 13:37

พูดไม่ออก
บรรยาไม่ถูก

ทุกๆบทเรียนที่ยากขึ้นๆ
สอนให้เราเข้าใจบทเรียนง่ายๆ
ถ้าเราไม่แกล้งลืมมัน



ยินดีทีได้รู้จักครับ

#12 By นกฝัน on 2009-09-27 12:53

big smile

#11 By NAM on 2009-09-23 18:02

อ่านจบแล้ว ขอบอกคำเดียวว่าเราเข้าใจคุณ เพราะก่อนหน้านี้เราก็ตัดสินใจแบบคุณเป๊ะ! แต่อย่าพึงหมดหวังนะคะ มันต้องมีที่ของคุณแน่ๆ เราก็เป็นคนเบื่อง่าย ย้ายงานบ่อย แต่สุดท้ายก็คงต้องอดทนบ้างเพื่อเป้าหมายที่ดีกว่า เราสองคนมาสู้ต่อไปพร้อมกันเถอะคุ่ะ!

#10 By Praab on 2009-09-22 23:16

อ่านแล้วรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยเลยคะ
บางที่มันยังไม่ถึงเวลาของเราก็ได้คะ
หากไม่รู้ความเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ นะคะ
คุณขวดต้องลุกขึ้นสู้ให้ได้นะคะ แล้วสักวันคุณขวดอาจจะกลับมาขอบคุณอดีตที่แสนจะเจ็บปวด เพราะมันจะทำให้เราแข็งแรงขึ้นเรื่องๆคะ


เกี๊ยงเอาใจช่วยคะ
big smile big smile

#9 By freeda on 2009-09-22 16:02

ที่จริง หรือ ความจริง..คือ
โลกใบนี้ไม่ได้อยู่ในกำมือเราหรอก..ทุกอย่างไม่สมหวังเสมอไป...ใคร ๆ ก็เคยผิดพลาด..ผิดหวัง พ่ายแพ้

อยู่ที่ว่าเราได้พยายามมาแล้วหรือยัง เต็มที่หรือเปล่า..

ถามใจตัวเองดูอีกทีว่าเราจะยังขึ้นมาสู้ หรือนอนรอความพ่ายแพ้

#8 By นาย ช บ า on 2009-09-22 15:19

ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นแล้วดีเสมอครับ

แม้ว่าจะก้าวเดินออกมาจากงานแล้ว แม้ว่าบางอย่างจะผิดพลาดไปแล้วแต่มันก็เป็นอดีตไปแล้ว

ทรัพยากรณ์ส่วนอื่นอาจจะขาดหายไปบ้าง แต่ถ้ายังมีใจอยู่ นั่นก็เป็นหนึ่งในทรัพยากรณ์ที่มีดีกว่าส่วนอื่นๆแน่นอนครับ

#7 By STUDENTTO on 2009-09-22 14:29

การไปสู่ความสำเร็จ มิใช่ว่าจะมีทางเดินเพียงทางเดียวครับ อาจจะต้องเดินอ้มหน่อย หรือาจต้องขั้นทางลัดชันดูบ้างครับ และเกี่ยวเกี่ยวเรื่องระหว่างทางเอาไว้ครับ และเมื่อไปถึงความสำเร็จมันจะมีคุณค่ามากเป็นสองเป็นสามเท่าopen-mounthed smile

#6 By แทณนี่แหละ on 2009-09-22 12:22

คุณขวดคะ...สู้ๆค่ะ

นาตรู้ว่าคุณขวดต้องทำได้ และจะไม่ยอมแพ้ด้วย
นาตเองก็เข้าใจถึงความรู้สึก ที่เราต้องแบกรับความหวังในขณะที่เราอยากเดินตามความฝัน

แต่บางทีเราก็ต้องอยู่กับความจริง...ขอให้คุณขวดคิด และตั้งสติกับมันดีๆ นะคะ...เชื่อได้ว่าการลุกขึ้นมายืนอีกครั้งคราวนี้...คุณเองจะเดินต่อไปอย่างมั่นคง

หายไวไวนะคะ
big smile big smile big smile

#5 By Nart on 2009-09-22 10:56

คิดเหมือนกันเลยเรื่องรับปริญญา
แต่ก็จำเป็นต้องรับ
เพราะว่า ป๊าม้าผมให้รับ
ฮ่าๆๆ

เรื่องที่กำลังเศร้าอยู่เห็นจะเป็นเรื่องที่สิ่งเราคิด
ไม่ตรงกับที่คนรอบข้างคิด
มันเลยเกิดความหวังและคาดหวังที่ต่างกัน
ผมว่าคุณเป็นคนที่แน่วแน่ในความคิดของตัวเองมากพอตัว ซึ่งการที่แน่วแน่นี้เองคุณขวดน่าจะพิสูจน์ให้ทางบ้านเห็นได้นะครับ ว่าคุณอยู่กับสิ่งนี้ได้จริงๆ และคุณก็ดูแลเค้าได้จากสิ่งที่คุณทำ
สักวันหนึ่งที่บ้านคงเข้าใจเราอย่างแท้จริง
ไม่รู้ตรงกับที่เขียนมาไหม?
แต่อ่านแล้วในหัวมันคิดมาแบบนี้คับ
big smile

#4 By guengg on 2009-09-22 08:28

ชีวิตไม่สิ้น สองมือ 1สมองก็ยังมี

สู้ต่อครับ แล้วตอนนี้ร่างกายหายดีหรือยังครับ

เป็นกำลังใจให้นะครับ ^ ^

#3 By k_i on 2009-09-22 07:00

ใจเย็นครับ .....ไม่มีรุ้จะปลอบยังไง ...

ดวงคนมีขึ้นมีลงครับ !!

แต่สำหรับผมฟังเพลงไทย แล้วไม่ซึ้งอะนะ question

#2 By salemanbps on 2009-09-22 01:10

big smile คับ

#1 By be freezing ro_Om on 2009-09-22 00:58